วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562

6.องค์กรสามารถจ่ายค่าตอบแทนในลักษณะใดได้บ้างผู้บริหารมีหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนเพื่อจูงใจการทำงานอย่างไร

36 ความคิดเห็น:

  1. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  2. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    อภัสสร ปูชนียกุล 12590100

    ตอบลบ
  3. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  4. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ

    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  5. การวางแผนค่าตอบแทน
    องค์กรการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ควรมีการวางแผนค่าตอบแทนเช่นเดียวกับการวางแผนด้านอื่นๆ
    โดยจัดท าแผนค่าตอบแทน (Compensation Plan) และนโยบายค่าตอบแทน (Compensation Policy)
    แผนค่าตอบแทนควรมีการก าหนดวัตถุประสงค์ของแผนให้สอดคล้องและสนับสนุนวัตถุประสงค์หลักขององค์กร
    การธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม วัตถุประสงค์ของแผนค่าตอบแทนที่ดี มีดังนี้
    1.เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้ในองค์กร
    ค่าตอบแทนเป็นปัจจัยส าคัญประการหนึ่ง ในการดึงดูดบุคลลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาท างาน
    องค์การใดที่มีความสามารถในการจ่ายค่าตอบแทนสูง ย่อมมีผู้สนใจเข้ามาร่วมงานเป็นจ านวนมาก ท าให้องค์กร
    สามารถคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมได้ และเช่นเดียวกันย่อมดึงดูดให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามรถ
    อยู่ปฎิบัติงานในองค์กรได้นาน
    2.เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจ่ายค่าตอบแทนพนักงานหรือบุคลกร
    ค่าตอบแทนที่มีเป็นธรรมจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาความไม่เสมอภาคและจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาความไม่พึง
    พอใจของพนักงานซึ่งช่วยให้ลดปัญหาความขัดแย้งในองค์กรได้
    3.เพื่อลดอัตราการเข้า - ออกของพนักงานที่ไม่จ าเป็น องค์การธุรกิจที่มีการจ่าย ค่าตอบแทน
    ที่เหมาะสมท าให้พนักงานพึงพอใจและไม่คิดที่จะลาออกไปท างานที่อื่น
    4.เพื่อจูงใจให้พนักงานปฎิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ ค่าตอบแทนที่เหมาะสมสอดคล้องกับผลการ
    ปฎิบัติงานย่อมสร้างความพึงพอใจในการปฎิบัติงาน ถ้าพนักงานมีผลการปฎิบัติดีย่อมสมควรได้รับค่าตอบแทน
    ที่สูงกว่าพนักงานที่มีผลการปฎิบัติงานต่ ากว่า เป็นการสร้างขวัญและก าลังใจในการท างาน
    5.เพื่อควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าตอบแทนนับว่าเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญในการดำเนิน
    กิจการธุรกิจหากองค์กรกำหนดแนวทางในการจ่ายค่าตอบแทนแก่พนักงาน
    ที่เหมาะสม จะทำให้องค์การสามารถควบคุมต้นการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    6.เพื่อให้รางวัลแก่พนักงานอาวุโส องค์กรควรจ่ายค่าตอบแทนที่สูงกว่า ให้แก่พนักงานที่มีความ
    จงรักภักดีและปฎิบัติงานกับองค์การมาเป็นเวลานาน จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานได้เป็นอย่างดี
    วัตถุประสงค์ของแผนค่าตอบแทน จะช่วยกำหนดนโยบายค่าตอบแทนขององค์การ ซึ่งองค์กรจะใช้เป็นกรอบในการจ่ายค่าตอบแทนโดยครอบคลุมการตัดสินใจในเรื่องต่อไปนี้
    - โครงสร้างค่าตอบแทนควรจัดทำจากการประเมินค่างานหรือจากแนวปฎิบัติในตลาดแรงงาน
    - อัตราค่าตอบแทนที่จ่ายควรสูงกว่าเพื่อจูงใจ หรือเท่ากัน หรือต่ำกว่าอัตราค่าตอบแทนในตลาดแรงงาน
    - ความแตกต่างระหว่างค่าตอบแทนสำหรับพนักงานใหม่และพนักงานอาวุโส
    - ความแตกต่างระหว่างพนักงานประจำและพนักงานชั่วคราวตามฤดูกาล
    - ความถี่ในการปรับอัตราค่าตอบแทนขององค์การ
    - การปรับระดับเงินเดือนเพื่อเลื่อนตำแหน่งหรือโยกย้าย
    - หลักการจ่ายเงินโบนัสแก่พนักงาน
    - หลักการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฎิบัติงานเพื่อจูงใจ
    - ประโยชน์และบริการที่องค์การจัดให้ เช่น อาหาร การใช้บริการด้านต่างๆ ฟรีหรือราคาถูก เป็นต้น
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ

  6. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (วิลาสินี เกตุแก้ว12590073)

    ตอบลบ
  7. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ

  8. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    วชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  9. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    1.ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน หมายถึง เงินเดือน ค่าจ้าง ค่านายหน้า โบนัส ค่าตอบแทนพิเศษ การแบ่งกำไร ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้ เช่น การให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    2.ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน หมายถึง สวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษ อาทิ การจัดให้มีการประกันภัย ประกันสุขภาพ และการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงาน การจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัด การเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ เป็นต้น
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน
    การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กรนั้น หมายถึง การที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกัน ควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วย ส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กรนั้น หมายถึง การที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆ หากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอก ย่อมเกิดความไม่พอใจ เรียกร้อง หรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลง ตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่น เป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคน เช่น การกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ ต้องคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้น มิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไป และในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆ ทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่น หรือของอุตสาหกรรมได้จาก การสำรวจค่าจ้างเงินเดือน ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติ เช่น ค่าแรงรายวัน จะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ กรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติ กฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ เป็นต้น
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  10. การวางแผนค่าตอบแทน
    องค์กรการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ควรมีการวางแผนค่าตอบแทนเช่นเดียวกับการวางแผนด้านอื่นๆ
    โดยจัดท าแผนค่าตอบแทน (Compensation Plan) และนโยบายค่าตอบแทน (Compensation Policy)
    แผนค่าตอบแทนควรมีการก าหนดวัตถุประสงค์ของแผนให้สอดคล้องและสนับสนุนวัตถุประสงค์หลักขององค์กร
    การธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม วัตถุประสงค์ของแผนค่าตอบแทนที่ดี มีดังนี้
    1.เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้ในองค์กร
    ค่าตอบแทนเป็นปัจจัยส าคัญประการหนึ่ง ในการดึงดูดบุคลลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาท างาน
    องค์การใดที่มีความสามารถในการจ่ายค่าตอบแทนสูง ย่อมมีผู้สนใจเข้ามาร่วมงานเป็นจ านวนมาก ท าให้องค์กร
    สามารถคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมได้ และเช่นเดียวกันย่อมดึงดูดให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามรถ
    อยู่ปฎิบัติงานในองค์กรได้นาน
    2.เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจ่ายค่าตอบแทนพนักงานหรือบุคลกร
    ค่าตอบแทนที่มีเป็นธรรมจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาความไม่เสมอภาคและจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาความไม่พึง
    พอใจของพนักงานซึ่งช่วยให้ลดปัญหาความขัดแย้งในองค์กรได้
    3.เพื่อลดอัตราการเข้า - ออกของพนักงานที่ไม่จ าเป็น องค์การธุรกิจที่มีการจ่าย ค่าตอบแทน
    ที่เหมาะสมท าให้พนักงานพึงพอใจและไม่คิดที่จะลาออกไปท างานที่อื่น
    4.เพื่อจูงใจให้พนักงานปฎิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ ค่าตอบแทนที่เหมาะสมสอดคล้องกับผลการ
    ปฎิบัติงานย่อมสร้างความพึงพอใจในการปฎิบัติงาน ถ้าพนักงานมีผลการปฎิบัติดีย่อมสมควรได้รับค่าตอบแทน
    ที่สูงกว่าพนักงานที่มีผลการปฎิบัติงานต่ ากว่า เป็นการสร้างขวัญและก าลังใจในการท างาน
    5.เพื่อควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าตอบแทนนับว่าเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญในการดำเนิน
    กิจการธุรกิจหากองค์กรกำหนดแนวทางในการจ่ายค่าตอบแทนแก่พนักงาน
    ที่เหมาะสม จะทำให้องค์การสามารถควบคุมต้นการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    6.เพื่อให้รางวัลแก่พนักงานอาวุโส องค์กรควรจ่ายค่าตอบแทนที่สูงกว่า ให้แก่พนักงานที่มีความ
    จงรักภักดีและปฎิบัติงานกับองค์การมาเป็นเวลานาน จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานได้เป็นอย่างดี
    วัตถุประสงค์ของแผนค่าตอบแทน จะช่วยกำหนดนโยบายค่าตอบแทนขององค์การ ซึ่งองค์กรจะใช้เป็นกรอบในการจ่ายค่าตอบแทนโดยครอบคลุมการตัดสินใจในเรื่องต่อไปนี้
    - โครงสร้างค่าตอบแทนควรจัดทำจากการประเมินค่างานหรือจากแนวปฎิบัติในตลาดแรงงาน
    - อัตราค่าตอบแทนที่จ่ายควรสูงกว่าเพื่อจูงใจ หรือเท่ากัน หรือต่ำกว่าอัตราค่าตอบแทนในตลาดแรงงาน
    - ความแตกต่างระหว่างค่าตอบแทนสำหรับพนักงานใหม่และพนักงานอาวุโส
    - ความแตกต่างระหว่างพนักงานประจำและพนักงานชั่วคราวตามฤดูกาล
    - ความถี่ในการปรับอัตราค่าตอบแทนขององค์การ
    - การปรับระดับเงินเดือนเพื่อเลื่อนตำแหน่งหรือโยกย้าย
    - หลักการจ่ายเงินโบนัสแก่พนักงาน
    - หลักการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฎิบัติงานเพื่อจูงใจ
    - ประโยชน์และบริการที่องค์การจัดให้ เช่น อาหาร การใช้บริการด้านต่างๆ ฟรีหรือราคาถูก เป็นต้น

    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  11. การวางแผนค่าตอบแทน
    องค์กรการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ควรมีการวางแผนค่าตอบแทนเช่นเดียวกับการวางแผนด้านอื่นๆ
    โดยจัดท าแผนค่าตอบแทน (Compensation Plan) และนโยบายค่าตอบแทน (Compensation Policy)
    แผนค่าตอบแทนควรมีการก าหนดวัตถุประสงค์ของแผนให้สอดคล้องและสนับสนุนวัตถุประสงค์หลักขององค์กร
    การธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม วัตถุประสงค์ของแผนค่าตอบแทนที่ดี มีดังนี้
    1.เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้ในองค์กร
    ค่าตอบแทนเป็นปัจจัยส าคัญประการหนึ่ง ในการดึงดูดบุคลลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาท างาน
    องค์การใดที่มีความสามารถในการจ่ายค่าตอบแทนสูง ย่อมมีผู้สนใจเข้ามาร่วมงานเป็นจ านวนมาก ท าให้องค์กร
    สามารถคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมได้ และเช่นเดียวกันย่อมดึงดูดให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามรถ
    อยู่ปฎิบัติงานในองค์กรได้นาน
    2.เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจ่ายค่าตอบแทนพนักงานหรือบุคลกร
    ค่าตอบแทนที่มีเป็นธรรมจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาความไม่เสมอภาคและจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาความไม่พึง
    พอใจของพนักงานซึ่งช่วยให้ลดปัญหาความขัดแย้งในองค์กรได้
    3.เพื่อลดอัตราการเข้า - ออกของพนักงานที่ไม่จ าเป็น องค์การธุรกิจที่มีการจ่าย ค่าตอบแทน
    ที่เหมาะสมท าให้พนักงานพึงพอใจและไม่คิดที่จะลาออกไปท างานที่อื่น
    4.เพื่อจูงใจให้พนักงานปฎิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ ค่าตอบแทนที่เหมาะสมสอดคล้องกับผลการ
    ปฎิบัติงานย่อมสร้างความพึงพอใจในการปฎิบัติงาน ถ้าพนักงานมีผลการปฎิบัติดีย่อมสมควรได้รับค่าตอบแทน
    ที่สูงกว่าพนักงานที่มีผลการปฎิบัติงานต่ ากว่า เป็นการสร้างขวัญและก าลังใจในการท างาน
    5.เพื่อควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าตอบแทนนับว่าเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญในการดำเนิน
    กิจการธุรกิจหากองค์กรกำหนดแนวทางในการจ่ายค่าตอบแทนแก่พนักงาน
    ที่เหมาะสม จะทำให้องค์การสามารถควบคุมต้นการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    6.เพื่อให้รางวัลแก่พนักงานอาวุโส องค์กรควรจ่ายค่าตอบแทนที่สูงกว่า ให้แก่พนักงานที่มีความ
    จงรักภักดีและปฎิบัติงานกับองค์การมาเป็นเวลานาน จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานได้เป็นอย่างดี
    วัตถุประสงค์ของแผนค่าตอบแทน จะช่วยกำหนดนโยบายค่าตอบแทนขององค์การ ซึ่งองค์กรจะใช้เป็นกรอบในการจ่ายค่าตอบแทนโดยครอบคลุมการตัดสินใจในเรื่องต่อไปนี้
    - โครงสร้างค่าตอบแทนควรจัดทำจากการประเมินค่างานหรือจากแนวปฎิบัติในตลาดแรงงาน
    - อัตราค่าตอบแทนที่จ่ายควรสูงกว่าเพื่อจูงใจ หรือเท่ากัน หรือต่ำกว่าอัตราค่าตอบแทนในตลาดแรงงาน
    - ความแตกต่างระหว่างค่าตอบแทนสำหรับพนักงานใหม่และพนักงานอาวุโส
    - ความแตกต่างระหว่างพนักงานประจำและพนักงานชั่วคราวตามฤดูกาล
    - ความถี่ในการปรับอัตราค่าตอบแทนขององค์การ
    - การปรับระดับเงินเดือนเพื่อเลื่อนตำแหน่งหรือโยกย้าย
    - หลักการจ่ายเงินโบนัสแก่พนักงาน
    - หลักการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฎิบัติงานเพื่อจูงใจ
    - ประโยชน์และบริการที่องค์การจัดให้ เช่น อาหาร การใช้บริการด้านต่างๆ ฟรีหรือราคาถูก เป็นต้น
    (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  12. 6.องค์กรสามารถจ่ายค่าตอบแทนในลักษณะใดได้บ้างผู้บริหารมีหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนเพื่อจูงใจการทำงานอย่างไร
    ตอบ : ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  13. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  14. าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  15. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ

    นภนต์ เจียรนัย 12590040

    ตอบลบ
  16. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ

    วัชระ จริยสุขสกุล 071

    ตอบลบ
  17. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    1.ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน หมายถึง เงินเดือน ค่าจ้าง ค่านายหน้า โบนัส ค่าตอบแทนพิเศษ การแบ่งกำไร ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้ เช่น การให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    2.ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน หมายถึง สวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษ อาทิ การจัดให้มีการประกันภัย ประกันสุขภาพ และการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงาน การจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัด การเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ เป็นต้น
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน
    การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กรนั้น หมายถึง การที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกัน ควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วย ส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กรนั้น หมายถึง การที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆ หากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอก ย่อมเกิดความไม่พอใจ เรียกร้อง หรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลง ตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่น เป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคน เช่น การกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ ต้องคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้น มิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไป และในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆ ทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่น หรือของอุตสาหกรรมได้จาก การสำรวจค่าจ้างเงินเดือน ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติ เช่น ค่าแรงรายวัน จะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ กรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติ กฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ เป็นต้น
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  18. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  19. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    1.ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน หมายถึง เงินเดือน ค่าจ้าง ค่านายหน้า โบนัส ค่าตอบแทนพิเศษ การแบ่งกำไร ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้ เช่น การให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    2.ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน หมายถึง สวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษ อาทิ การจัดให้มีการประกันภัย ประกันสุขภาพ และการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงาน การจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัด การเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ เป็นต้น
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน
    การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กรนั้น หมายถึง การที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกัน ควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วย ส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กรนั้น หมายถึง การที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆ หากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอก ย่อมเกิดความไม่พอใจ เรียกร้อง หรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลง ตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่น เป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคน เช่น การกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ ต้องคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้น มิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไป และในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆ ทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่น หรือของอุตสาหกรรมได้จาก การสำรวจค่าจ้างเงินเดือน ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติ เช่น ค่าแรงรายวัน จะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ กรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติ กฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ เป็นต้น

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  20. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ

    ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078

    ตอบลบ
  21. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ

  22. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (ดวงหทัย โฉมมา 12590029)

    ตอบลบ
  23. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  24. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  25. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    1.ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน หมายถึง เงินเดือน ค่าจ้าง ค่านายหน้า โบนัส ค่าตอบแทนพิเศษ การแบ่งกำไร ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้ เช่น การให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    2.ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน หมายถึง สวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษ อาทิ การจัดให้มีการประกันภัย ประกันสุขภาพ และการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงาน การจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัด การเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ เป็นต้น
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน
    การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กรนั้น หมายถึง การที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกัน ควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วย ส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กรนั้น หมายถึง การที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆ หากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอก ย่อมเกิดความไม่พอใจ เรียกร้อง หรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลง ตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่น เป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคน เช่น การกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ ต้องคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้น มิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไป และในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆ ทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่น หรือของอุตสาหกรรมได้จาก การสำรวจค่าจ้างเงินเดือน ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติ เช่น ค่าแรงรายวัน จะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ กรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติ กฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ เป็นต้น (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  26. ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ

  27. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  28. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)

    ตอบลบ
  29. ไม่ระบุชื่อ29 ตุลาคม 2562 เวลา 03:38

    ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น2ประเภทได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน(Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน(Salary)ค่าจ้าง(Wage)ค่านายหน้า (Commission)โบนัส(Bonus)ค่าตอบแทนพิเศษ(Special Com pensation)การแบ่งกำไร(Profit Sharing)ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ(Stock Option)ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน(Non Monetary Compensation)หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (อภิษฐา เนียมศิริ 1250101)

    ตอบลบ
  30. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  31. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    1.ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    2.ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (Internal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Survey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  32. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    1.ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    2.ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (Internal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Survey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  33. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  34. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    1.ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    2.ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (Internal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Survey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    (คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ
  35. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1. 5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
    ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051

    ตอบลบ
  36. ค่าตอบแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    -ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Compensation) หมายถึงเงินเดือน (Salary) ค่าจ้าง (Wage) ค่านายหน้า (Commission) โบนัส (Bonus) ค่าตอบแทนพิเศษ (Special Com pensation) การแบ่งกำไร (Profit Sharing) ตลอดจนค่าตอบแทนอื่นที่สามารถนำมาคำนวณหรือประเมินเป็นตัวเงินได้เช่นการให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นในราคาพิเศษ (Stock Option) ซึ่งค่าตอบแทนต่างๆเหล่านี้พนักงานจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษี
    -ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non Monetary Compensation) หมายถึงสวัสดิการหรือบริการพิเศษที่ให้แก่บุคลากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาต่ำเป็นพิเศษอาทิการจัดให้มีการประกันภัยประกันสุขภาพและการตรวจสุขภาพฟรีแก่พนักงานการจัดที่พักและรถรับส่งการจัดให้มีร้านอาหารและร้านค้าขายของราคาประหยัดการเลี้ยงฉลองและการท่องเที่ยวในโอกาสต่างๆ
    หลักการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation Principle) การจ่ายค่าตอบแทนที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆดังต่อไปนี้
    1.ความเสมอภาค (Equity) พนักงานมักจะเปรียบเทียบค่าตอบแทนที่ตนได้รับกับค่าตอบแทนของบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับความเสมอภาคภายในองค์กร (In ternal Equity) นั้นหมายถึงการที่บุคคลต่างๆในองค์กรเล็งเห็นว่างานต่างๆที่มีคุณค่าและความสำคัญที่เท่าเทียมกันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากันด้วยส่วนความเสมอภาคกับภายนอกองค์กร (External Equity) นั้นหมายถึงการที่พนักงานในองค์กรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกับตำแหน่งงานในระดับเดียวกันขององค์กรอื่นๆหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคทั้งความเสมอภาคภายในและภายนอกย่อมเกิดความไม่พอใจเรียกร้องหรืออาจลดความทุ่มเทการทำงานลงตลอดจนลาออกจากองค์กรเดิมเพื่อแสวงหาความเสมอภาคในองค์กรอื่นเป็นต้น
    2.ความเป็นธรรม (Fairness) การจ่ายค่าตอบแทนต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอดจนผลงานของพนักงานแต่ละคนเช่นการกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานใหม่ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แท้จริงของบุคคลนั้นมิเช่นนั้นหากกำหนดสูงเกินไปอาจทำให้พนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจและเกิดปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
    3.ดึงดูดใจ (Attractive) การจ่ายค่าตอบแทนต้องอยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดใจให้พนักงานยังคงอยู่กับองค์กรต่อไปและในกรณีที่จำเป็นต้องรับพนักงานใหม่ก็สามารถดึงดูดใจให้บคคลภายนอกสนใจสมัครเข้าทำงานกับองค์กร
    4.แข่งกับองค์กรอื่นได้ (Competitive) ผู้บริหารควรคำนึงถึงระดับการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในองค์กรอื่นๆทั้งนี้องค์กรสามารถทราบระดับค่าตอบแทนขององค์กรอื่นหรือของอุตสาหกรรมได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน (Wage and Salary Sur vey) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
    5.เป็นไปตามกฎหมาย (Legal Compliance) ผู้บริหารจะต้องกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายบัญญัติเช่นค่าแรงรายวันจะต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำกรณีพนักงานทำงานล่วงเวลาที่กำหนดปกติกฎหมายไทยกำหนด
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ